ยิงแอดยังไงให้คุ้มค่ามากขึ้น?

ยิงแอดยังไง

ปัจจุบันการซื้อของในโลกออนไลน์นั้น ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากความสะดวก สบาย เข้าถึงได้ง่าย ใครๆ ก็สามารถเข้าช้อปปิ้งได้ตลอด 24 ชม. พี่ๆ เพื่อนๆ หากคุณคือคนที่กำลังสนใจในการทำธุรกิจออนไลน์ ทำยังไงให้ประสบความสำเร็จ แน่นอนว่าปัจจัยที่มีส่วนสำคัญนั้นก็คือการโฆษณา  คนที่ทำธุรกิจมาสักระยะแล้ว คงจะต้องรู้จักการ ยิงแอด (ads)  ซึ่งเป็นการ โฆษณาออนไลน์ แต่พี่ๆ เพื่อนๆ มือใหม่อีกหลายคนที่ยังไม่รู้จักว่ายิงแอด นั้นคืออะไร จะช่วยให้ธุรกิจออนไลน์ของเรานั้นเติบโตได้อย่างไร วันนี้เราจะพาทุกท่านมารู้จักกับการยิงแอด ยิงแอดยังไงให้คุ้มค่ามากขึ้น? ไปรู้จักกันได้เลยค่ะ

การยิงแอด คืออะไรการยิงแอด คืออะไร 

ยิงแอดให้ปัง ยอดขายพุ่ง ต้องทำอย่างไร? การตลาดออนไลน์มาแรง ใครๆ ก็ขายของออนไลน์ การยิงแอดจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจออนไลน์ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมือโปร การยิงแอดอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยเพิ่มยอดขาย สร้างการรับรู้ และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น นอกจากนี้ การมีระบบจัดการร้านค้า (POS) ที่ดี ก็จะช่วยให้ร้านค้าสามารถจัดการข้อมูลลูกค้า รายการสินค้า และยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงการยิงแอดให้ตรงกลุ่มเป้าหมายและประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น EasePOS เป็นระบบ POS ที่ใช้งานง่าย มีฟังก์ชันครบครัน ตอบโจทย์ทุกความต้องการของร้านค้า ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปรู้จักกับการยิงแอด และ เทคนิคการยิงแอดให้คุ้มค่า เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตอย่างยั่งยืน 

เทคนิคการ ยิงแอดยังไงให้คุ้มค่ามากขึ้นเทคนิคการ ยิงแอดยังไงให้คุ้มค่ามากขึ้น? 

ปัจจุบันการทำการค้าขายออนไลน์นั้น ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าการยิงแอด เป็นอะไรที่สำคัญมาก ทุกคนรู้จักการยิงแอด สามารถทำได้ง่าย แต่จะทำยังไงให้เกิดประสิทธิภาพได้มากที่สุด เลือกแพลตฟอร์มยังไงดี แพลตฟอร์มไหน เหมาะกับใครกลุ่มไหน Facebook, Instagram, Google Ads และความแตกต่างระหว่างแต่ละประเภท เทคนิคของร้านที่ยิงแอดและประสบความสำเร็จคืออะไร วันนี้เราได้รวม กลยุทธ์ยิงแอด เทคนิคเทคดีๆ ในการยิงแอด มาไว้ให้คุณแล้วไปรู้กันเลย

สเต็ปที่ 1 กำหนดงบโฆษณา

เริ่มต้นอันดับแรก ในการยิงแอดแต่ละครั้งให้คุ้มค่า สิ่งถัดแรกเลยที่เราควรทำ คือการกำหนดงบโฆษณาให้ชัดเจนในแต่ละวัน หรือตลอดโปรเจคให้ชัดเจน ว่ามีงบประมาณเท่าไหร่ มีการวางแผนใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ เพื่อวัดผล อยากให้ผู้คนเห็นจำนวนกี่คน ประมาณการยอดดการสั่งสินค้า และจะสามารถทำกำไรให้คุณได้กี่บาท ตั้งเป้าไว้อย่างขัดเจน เพื่อที่จะช่วยให้คุณนั้นสามารถคุมค่าใช้จ่ายในแต่ละวันได้ หรือจนตลอดโครงการได้ง่าย จะทำให้เป้าหมายในการประสบความสำเร็จได้อย่างง่ายๆ มากยิ่งขึ้น

ตัวอย่างการกำหนดงบประมาณ

สมมุติว่าคุณได้ทำการยิงโฆษณาออกไป 1 ตัว และคุณมาตรวจสอบดูพบว่า มีคนเข้าชมทั้งหมด 1000 คน และใช้ทุนไป 100 เพื่อให้การคำนวณค่าใช้จ่ายในการโฆษณาง่ายและแม่นยำยิ่งขึ้น EasePOS มีฟังก์ชันบันทึกค่าใช้จ่ายและรายได้ ช่วยให้คุณสามารถติดตามผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

  • แปลว่าต้นทุนการเข้าถึงจะอยู่ที่ 1000/100 เท่ากับ 0.1 บาท 

นอกจากนี้ ยังสามารถวัดการมีส่วนร่วมการเข้าถึงได้ 

  • เช่น  มีคนเข้าชมทั้งหมด 1000 คน และใช้ทุนไป 100 มีการมีส่วนร่วมอยู่  50 ครั้ง แปลว่าต้นทุนการมีส่วนร่วมจะอยู่ที่ 100/50 หรือ 2 บาท นั่นเอง 

ผู้ที่ยิงแอดต้องมีความเข้าใจว่าราคายิงแอดนั้นอาจเปลี่ยนไปตามจำนวนผู้ชม และผลประโยชน์ที่ได้รับ สำหรับผู้ที่เริ่มต้นควรจะเริ่มยิงแอดจากจำนวนน้อยๆ ก่อน และควรบวกต้นทุนในการยิงแอดเข้าไปในราคาสินค้าด้วย จะทำให้คุณนั้นขายสินค้าได้ไม่ขาดทุน และหากคุณเป็นมือใหม่ แนะนำว่าให้เริ่มต้นจาก Facebook เพราะใช้ทุนในการยิงแอดที่น้อย และคนเล่นจำนวนมาก เริ่มต้นการยิงแอดที่ 30 บาท เหมาะกับมือใหม่สุดๆ 

สเต็ปที่ 2 กำหนดวัตถุประสงค์ในการยิงแอด 

 ยิงแอดยังไงให้คุ้มค่ามากขึ้น? นี้เป็นส่วนสำคํญในการยิงแอด เพราะเป็นการกำหนดวัตถุประสงค์ หรือตั้งค่า SET ในการกำหนดกลุ่มให้ชัดเจน ว่าโฆษณาเราจะไปไหนทิศทางใด ขั้นตอนนี้ถือได้ว่าเป็นส่วนที่สำคัญมาก ถ้าเราทำได้ดี ก็จะส่งผลให้คุ้มค่าต่อการลงทุนด้วย ให้ได้ดีไปด้วย สำหรับการกำหนดเป้าเราควรกำหนดอะไรบ้างไปรู้กันได้เลย 

  • Audience คือ การกำหนดกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้ข้อมูลถุกส่งไปให้ถูกกลุ่ม
  • Location เลือกพื้นที่ ที่เราอยากให้โฆษณาเราไปถึง เช่นในประเทศไทย กรุงเทพมหานคร หรืออาจเจาะลึกไปจนถึงในระดับพื้นที่กลุ่มที่เราต้องการโดยเฉพาะ
  • Age กำหนดช่วงอายุ วิเคราะห์ว่าสินค้าเราเหมาะกับคนช่วงอายุเท่าไหร่ จะขายให้คนวัยไหน เช่นสินค้าประเภทเกม อาจต้องการกลุ่มลูกค้า 13-19 ปี หรือ แฟชั่น อาจจะอยู่ที่ 15-30 ปี เป็นต้น 
  • Gender ปัจจุบันเพศนั้นมีเยอะ สินค้าก็มีหลากหลาย เราควรวิเคราะห์ให้ดี ว่าสินค้าเราเหมาะกับเพศไหน เช่นเพศที่สาม หญิง หรือชาย หรือสามารถได้ทุกเพศ เพื่อที่จะกำหนดงบในการยิงแอดได้ถูกต้อง ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายเกินที่จำเป็น
  • Demographics คือ การศึกษาให้ลึกจนถึงประชากรศาสตร์ เช่น การศึกษา การทำงาน ความสนใจ การใข้ชีวิต เช่น สินค้าประเภทตกแต่งบ้าน วัยช่วง 30-50 ปี เพราะช่วงวัยนี้เป็นช่วงวัยสร้างตัว สร้างบ้าน จะทำให้สินค้านั้นมีโอกาสในการปิดการขายได้ง่ายมากขึ้น 
  • Interests คือ ความสนใจ หรือหัวข้อที่เกี่ยวข้องใกล้เคียง เช่น สินค้าประเภทอาหารเสริม อาจจะเลือกในกลุ่มของฟิสเนส คนรักสุขภาพ ผู้ป่วยที่ต้องการบำรุง หรือผู้ที่ต้องการ เพื่อเพิ่มโอกาสในการกระจายสินค้า ได้หลากหลายกลุ่ม

สเต็ปที่ 3 เลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะกับสินค้าคุณ 

ปัจจุบันแพลตฟอร์มที่เปิดให้ขายสินค้าออนไลน์นั้นมีจำนวนมาก อาทิ google Facebook instagram  TikTok  สิ่งแรกที่คุณควรทำ คือศึกษาการตลาด ของแต่ละแพลตฟอร์มว่าสินค้าของคุณนั้น เหมาะกับแพลตฟอร์มใด สำหรับเพื่อนๆที่กำลังสับสนในการเลือกแพลตฟอร์ม วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลเบื้องต้น ว่าแต่ละแพลตฟอร์มนั้นมีลูกค้า มีความพิเศษ หรือมีความแตกต่างกันยังไงบ้าง ยิงแอดแบบมือใหม่ เข้าใจได้ง่าย ช่วยในการตัดสินใจได้ดี วันนี้เราได้รวบรวมมาให้คุณแล้ว ไปกันเลย go go

เป็นแพลตฟอร์มที่ทำโฆษณายิงแอด ได้อย่างครอบจักรวาล เป็นช่องทางที่ผู้คนค้นหามากที่สุดในอินเตอร์เน็ต  เหมาะสำหรับเจ้าของธุรกิจร้านค้าที่ต้องการความมั่นคง มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง เป็นตลาดออนไลน์ขนาดใหญ่ สามารถสร้าง โฆษณา Google Ads  ได้อย่างหลากหลายรูปแบบ  หากทำ Google Ads อย่างถูกวิธีนั้น คุณจะสามารถวัดผลได้ทั้งหมดว่าโฆษณาที่ยิงแอดได้ทั้งหมด ตั้งแต่ขายได้กี่ออเดอร์ มีการติดต่อผ่านไลน์แอดกี่ครั้ง รวมถึงอื่นๆ อีกมากมาย แน่นอนว่าการยิงแอดในกู้เกิ้ลนั้นมีหลากหลายรูปแบบอะไรบ้างนั้น ยิงแอดยังไงให้คุ้มค่ามากขึ้น? วันนี้ได้รวบรวมตัวอย่างการยิงแอดของกู้เกิ้ลที่น่าสนใจ มาให้แล้ว 

Search Campaign 

Google search เป็นสิ่งที่เรารู้จักกันดี เป็นเมนูที่เราใช้ในการค้นหา สิ่งที่เราต้องการลงไป การยิง  Google Ads แบบ Search Campaign เว็บไซต์จะดันเว็บที่คุณต้องการโปรโมทนั้นขึ้นมาติดอันดับ เป็นอันดับแรกๆ ในหัวข้อที่เราทำการยิงแอด หรือที่เรียกว่า Keywords ที่เรากำหนดไว้ เหมาะมากกับคนที่ต้องการเพิ่มยอดขาย เพิ่มการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ จะได้ลูกค้าโดยตรง สามารถปิดการขายได้อย่างง่ายดาย เพราะคนที่ค้นหาแล้วแต่สนใจ สินค้าประเภทนั้นๆ ตั้งแต่เริ่มแรกอยู่แล้ว

Display Campaign

เป็นการแสดงรูปภาพและวิดีโอประกอบแบบสั้นๆ โฆษณาจะปรากฎตามเว็บไซต์พันธมิตรของ Google  เช่น YouTube หรือ Gmail การโฆษณาประเภทนี้จะทำให้คนจดจำแบรนด์อย่างสั้นๆ ได้ โดยระบบจะเลือกลักษณะแสดงโฆษณาข้อมูลประชากร และความสนใจตามที่เราเลือก อยากให้แสดง โดยที่ผู้คนไม่ต้องค้นหา ก็สามารถพบเห็นได้  โฆษณาประเภทนี้ควรทำคู่กับ Search Campaign เพื่อให้ภาพแบรนด์ธุรกิจถูกจดจำได้มากยิ่งขึ้น หรือจะทำเดียวๆ เฉพาะก็ได้ มีราคาที่ถูกกว่า 

Video Campaign

ทุกคนต้องคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี กับการโฆษณาประเภทนี้เพราะเราจะพบเห็นกันใน YouTubeที่ชอบขึ้นมาจังหวะ เวลาเราจะฟังเพลง ดูหนัง หรือขึ้นมาก่อนที่เราจะดูคลิปวิดีโอต่างๆ โดยโฆษณาจะเป็นในรูปแบบวิดีโอความยาวจะอยู่ที่ 6 หรือ 15 วินาที  เครื่องมือยิงแอด  Video Campaign แบ่งออกเป็นทั้งหมด 6 ประเภทดังนี้

  • โฆษณาในสตรีม (แบบกดข้ามได้) เป็นการโฆษณาที่สามารถเลือกกดข้ามได้ เมื่อผ่านไป 5 วินาที ผู้ที่โฆษณาจะเสียเงินเมื่อมีผู้ชมครบ 30 วินาที ดังนั้นถ้าลูกค้ากดข้ามก่อนเราจะไม่เสียเงิน 
  • โฆษณาในสตรีม (แบบกดข้ามไม่ได้): เป็นการโฆษณาที่กดข้ามไม่ได้ ความยาวสูงสุด 15 วินาที จะจ่ายเงินตามความยาวของวิดีโอนั้นๆ ผู้ที่เข้าชมจะเห็นวิดีโอเราจนจบ 
  • โฆษณาวิดีโอฟีด จะแสดงตอนที่ค้นหาใน YouTube โดยจะแสดงแค่ภาพปกวิดีโอ พร้อมกับคำที่บรรยายเล็กน้อย ตำแหน่งจะอยู่ที่วิดีที่เกี่ยวข้อง จะเสียเงินค่าโฆษณา เมื่อมีคนคลิ๊กดู 
  • โฆษณาแบบบัมเปอร์ ความยาวจะสั้นแค่ 6 วินาที ผู้ชมกดข้ามไม่ได้ จะจ่ายเงินตามที่แสดงผล
  • โฆษณานอกสตรีม คือโฆษณาในรูปแบบของแบนเนอร์ จะแสดงเฉพาะอุปกรณ์เคลื่อนที่ จะปรากฏทั้งในเว็บไซต์ และแอปต่างๆที่เป็น พาร์ทเนอร์ google ที่ไม่ใช่ YouTube 
  • โฆษณาแบบ mathead จะแสดงบนสุดของฟีดหน้าแรกของ YouTube วิดีโอจะเล่นอัตโนมัติ ไม่มีเสียง เล่นนานมากกว่า 30 วินาที เหมาะกับการเพิ่มการรับรู้ เกี่ยวกับพวกสินค้าใหม่ๆ สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มาก เพราะอยู่ที่หน้า homepage ของ YouTube
  • การโฆษณาแบบนี้เหมาะสำหรับการที่ทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักมากขึ้น ยิงแอดให้คุ้มค่า ใช้ในการเปิดตัวสินค้าใหม่ และกระจายข่าวสาร ข้อมูลโปรโมชั่น แคมเปญต่างๆ ควรยิงคู่กันกับ Search เพราะผู้ที่ต้องการสินค้ามักหาข้อมูลก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ

Facebook

ปัจจุบันในประเทศไทยนั้น มีผู้คนเล่นเฟซบุ๊คมากกว่า 52 ล้าน เป็นอันดับ 8 ของโลก และในกรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่ ที่คนเล่นเฟซบุ๊คมากที่สุด ดังนั้นนี้จึงเป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะกับยิงแอดที่คุ้มค่า โดย โฆษณา Facebook มีโอกาสสูงในการที่จะเข้าถึงผู้ที่ต้องการสินค้าหรือการบริการให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายอย่างมาก สามารถทำได้ง่ายเหมาะกับมือใหม่ และ ยิงแอดงบจำกัด ประหยัดงบกว่า Google Ads 

สามารถเลือกจุดประสงค์ได้หลายอย่าง เลือกรูปภาพที่ใช้ในการโฆษณาได้เอง มีฟังก์ชั่นมากมาย Call to Action, Sign Up และ Message สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าโดยตรง โดยที่ลูกค้าไม่ต้องค้นหาสินค้า สามารถทำได้หลากหลายรูปแบบทั้งวิดีโอ รูปภาพ โพสต์ ให้คุณเลือกได้ตามความต้องการ เหมาะกับทุกธุรกิจทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ ไม่จำเป็นต้องมีเว็บไซต์ เพียงมีบัญชีเฟซบุ๊คเท่านั้น ผู้ที่เป็นมือใหม่ในการขายของออนไลน์ห้ามพลาด 

Instagram

การยิงแอดยอดฮิตที่พลาดไม่ได้สายแฟชั่นชอบกันมาก นั้นก็คือ Instagram มีการเปิดให้ยิงแอดได้หลากหลายอย่าง อาทิ โพสต์, IG Stories และ Reels โดยในไอจี จะแบ่งบัญชีออกเป็นทั้งหมด 3 ประเภท คือ 

  • บัญชีส่วนตัว เป็นบัญชีที่ลงไลฟ์สไตล์ชีวิต ใช้ติดตาม ในความชื่นชอบส่วนตัว 
  • บัญชีครีเอเตอร์ เป็นบัญชีที่ใช้ในการรีวิว ทำ Vlog บัญชีประเภทนี้จะเป็น ในกลุ่มดารา อินฟลู หรือคนดังในสาขาต่างๆ 
  • บัญชีธุรกิจ เป็นบัญชีที่ใช้ในการโปรโมทธุรกิจ กระจายข่าว โปรโมทสินค้าและบริการต่างๆ 

โดย Instagram เป็นสื่อหลักในการใช้โปรโมท โฆษณาไลฟ์สไตล์ เป็นรูปภาพ หรือวิดีโอ ที่สั้นๆ คนส่วนใหญ่จะเน้นในการดูรูปมากกว่าที่จะอ่านแคปชั่น ดังนั้นจึงเหมาะกับสายครีเตอเตอร์ที่สร้างคอนเทรน ไลฟ์สไตล์ ที่สื่อสารผ่านทางรูปภาพ หรือ Vlog วิดีโอสั้นๆ ที่เข้าใจได้ง่าย ไม่ต้องเน้นข้อมูลที่เยอะ ถ้าหากคุณเป็นสายนี้ ที่ Instagram เหมาะอย่างมาก นอกจากนี้ยังสามารถตั้งเวลาการโฆษณาได้ล่วงหน้า สำหรับบัญชีที่จะใช้ยิงแอดได้ต้องเป็น บัญชีครีเอเตอร์และบัญชีธุรกิจ เท่านั้น 

สเต็ปที่ 4 ติดตามผลจากการโฆษณา 

หลังจากที่มีงบประมาณที่ชัดเจน ในการยิงแอดแล้ว และเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสมได้แล้ว ยิงแอดยังไงให้คุ้มค่ามากขึ้น? เมื่อคุณเริ่มทำการยิงแอดควรติดตามผล และวิเคราะห์ผลอย่างต่อเนื่องอยู่เสมอ เพื่อให้ทราบถึงจุดอ่อน ของปัญหา ดูความคุ้มค่าของทุนที่จ่ายไป 

ตัวอย่างเช่น 

คุณใช้ทุนในการยิงแอด 100 บาท มีคนเข้ามามีส่วนร่วม 50 คน 

  • ปิดยอดขายได้ที่ 5 ออเดอร์ เท่ากับว่า 1 ออเดอร์ที่ปิดได้จริงจะใช้ทุนอยู่ที่ 20 บาท นี้คือราคาทุนจริงที่เราจะได้กำไรในการยิงแอดจริงๆ แปลว่า
  • หากราคาทุนสินค้าที่ซื้อมา 100 คุณควรจะบวกค่ายิงแอดลงไปในต้องทุนด้วย 20 บาท เพื่อที่จะให้คุณนั้นไม่ขาดทุนในการขายสินค้า 

นอกจากนี้ การติดตามผลงานโฆษณานั้น ควรมีจุดประสงค์ในการยิงแอดที่ชัดเจนตั้งแต่แรก ว่าจะยิงเพื่อโปรโมทแบรนด์ เพื่อขายสิ่งขาย เพื่อกระจายข่าว หรือต่างๆ ที่ต้องการ แต่ควรจะจดจำนวนที่เป็นต้องทุนในการใช้เข้าไปด้วยเสมอ เพื่อให้การลงทุนของคนนั้นคุ้มค่ามากที่สุดในการยิงแอด 

สุดท้าย หลายคนอาจคิดว่าการยิงแอด ยิงทุนเยอะ ยิ่งจะคุ้มค่าทำกำไรได้เยอะ อันนี้คือไม่จริง การยิงแอดที่คุ้มค่าเราควรศึกษา กำหนดงบประมาณ กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน และเลือกแพลตฟอร์มให้เหมาะสมกับสินค้าเรา จะทำให้เงินที่เราลงทุนไปนั้นคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์อย่างแน่นอน เราหวังว่าเพื่อนๆ พี่ๆ จะได้รับสิ่งที่เป็นประโยชน์ จากบทความนี้ ที่เราตั้งใจรวบรวมข้อมูลมาให้กันสุดๆ ให้เพื่อนๆทุกท่าน ทำธุรกิจกันได้อย่างปังๆ กำไรดี คุ้มค่าในการเหนื่อย ขอให้โชคดี ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจทุกท่านค่าาา