เมนูขัดผิวดูเหมือนเป็นบริการต้นทุนต่ำ เพราะเจ้าของร้านส่วนใหญ่คิดต้นทุนแค่ค่าสครับที่ป้ายลงบนตัวลูกค้า แต่ต้นทุนจริงของการขัดผิวไม่ได้อยู่ที่เนื้อสครับ มันอยู่ที่เวลาที่ห้องถูกใช้ไปหนึ่งรอบ น้ำอุ่นที่ต้องเปิดล้างออก และผ้าที่ต้องซักทุกครั้ง สามก้อนนี้รวมกันมักมากกว่าค่าสครับหลายเท่า ร้านที่ตั้งราคาขัดผิวจากค่าสครับอย่างเดียวจึงมักได้กำไรน้อยกว่าที่คิด หรือบางครั้งเท่าทุน บทความนี้พาไปคิดต้นทุนขัดผิวให้ครบทุกก้อน แล้วตั้งราคาที่รวมค่าเวลาห้องเข้าไปด้วย

การขัดผิวคือบริการที่ใช้สครับหรือเกลือขัดเซลล์ผิวเก่าออก แล้วล้างด้วยน้ำอุ่น ต่างจากบริการที่ทำบนเก้าอี้แล้วจบ ตรงที่ขัดผิวต้องมีที่อาบน้ำและใช้ห้องเต็มรอบ นั่นทำให้ต้นทุนที่แท้จริงผูกกับเวลาห้องมากกว่าวัตถุดิบ และเป็นจุดที่ทำให้การตั้งราคาต่างจากบริการสั้น ๆ อย่างสิ้นเชิง

ใจความสำคัญ: ต้นทุนขัดผิวที่แท้จริงคือค่าเวลาห้องต่อรอบ ไม่ใช่ค่าสครับ ร้านที่มีห้องจำกัดต้องคิดว่าหนึ่งชั่วโมงในห้องนั้นควรทำเงินได้เท่าไร แล้วตั้งราคาขัดผิวให้ไม่ต่ำกว่านั้น มิฉะนั้นการรับขัดผิวหนึ่งรอบคือการปิดโอกาสรับบริการที่ทำเงินมากกว่า
฿270
คือต้นทุนขัดผิวหนึ่งรอบเมื่อรวมค่าเวลาห้อง 45 นาที เข้าไปด้วย ทั้งที่ค่าสครับจริงแค่ ฿40 ส่วนที่เหลือคือเวลาห้อง น้ำ และผ้า (ตัวเลขตัวอย่างที่ใช้ตลอดบทความนี้)

ร้านแบบไหนเพิ่มเมนูขัดผิวได้

ก่อนคิดราคา ต้องดูก่อนว่าร้านพร้อมทำขัดผิวจริงไหม เพราะบริการนี้ไม่ได้ต้องการแค่สครับ แต่ต้องการที่ล้างตัวและพื้นที่ที่ลูกค้าเปลี่ยนเสื้อผ้าได้อย่างเป็นส่วนตัว ร้านที่ขาดสองอย่างนี้จะทำขัดผิวได้ไม่ดีและลูกค้าไม่กลับมา

เงื่อนไขที่ควรมีก่อนเปิดเมนูขัดผิวมีสามข้อ ถ้ายังขาดข้อใดข้อหนึ่ง ควรแก้ให้ครบก่อนจึงค่อยเปิดขาย

  • มีที่อาบน้ำหรือฝักบัวในห้อง — ขัดผิวต้องล้างสครับออก ถ้าไม่มีที่ล้างในห้องเดียวกัน ลูกค้าต้องเดินไปห้องอื่นซึ่งทำลายประสบการณ์
  • ห้องปิดที่เปลี่ยนเสื้อผ้าได้ — ขัดผิวต้องเปิดผิวมากกว่าบริการทั่วไป ความเป็นส่วนตัวคือสิ่งที่ลูกค้าคาดหวัง
  • ระบายอากาศและระบายน้ำได้ดี — ห้องที่อับหรือน้ำขังทำให้ลูกค้าไม่อยากกลับมา และทำให้ผ้ามีกลิ่น

ถ้าร้านมีครบสามข้อนี้ การเพิ่มเมนูขัดผิวเป็นการใช้ห้องที่มีอยู่ให้คุ้มขึ้น แต่ถ้ายังขาด การฝืนเปิดจะทำให้ทั้งลูกค้าและช่างอึดอัด และรีวิวที่ออกมาจะกระทบเมนูอื่นของร้านด้วย

ห้าก้อนต้นทุนของการขัดผิวหนึ่งรอบและยอดรวมต่อรอบ
ต้นทุนขัดผิวห้าก้อนที่ต้องนับให้ครบ

ต้นทุนขัดผิวห้าก้อนที่ต้องนับให้ครบ

เมื่อร้านพร้อมแล้ว ขั้นต่อไปคือคิดต้นทุนต่อรอบให้ครบ ต้นทุนขัดผิวแบ่งได้เป็นห้าก้อน สามก้อนหลังคือก้อนที่ร้านส่วนใหญ่ลืม และเป็นก้อนที่ทำให้ตัวเลขจริงสูงกว่าที่คิดมาก

ก้อนต้นทุน ตัวอย่างสมมติต่อรอบ มักถูกลืม
สครับและผลิตภัณฑ์ ฿40 ไม่
น้ำอุ่นและไฟ ฿30 บ่อย
ผ้าและค่าซัก ฿25 บ่อย
ค่ามือช่าง ฿120 บางส่วน
ค่าเวลาห้องต่อรอบ ฿55 เกือบทุกร้าน
รวมต้นทุนต่อรอบ ฿270

ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อแสดงวิธีคิด ร้านควรแทนด้วยต้นทุนจริงของตัวเอง ก้อนที่สำคัญที่สุดและถูกลืมมากที่สุดคือค่าเวลาห้องต่อรอบ เพราะทุกนาทีที่ห้องถูกใช้ขัดผิว คือนาทีที่รับบริการอื่นไม่ได้ ต่อให้ห้องเป็นของร้านเองไม่ต้องเช่า เวลาห้องก็มีต้นทุนค่าเสียโอกาสเสมอ วิธีคิดต้นทุนต่อบริการแบบเต็มอยู่ใน ตั้งราคาบริการจากต้นทุนจริง

สูตรตั้งราคาขัดผิวจากต้นทุนบวกค่าเวลาห้อง

เมื่อรวมต้นทุนครบห้าก้อนแล้ว การตั้งราคาไม่ใช่แค่บวกกำไรเข้าไป แต่ต้องเช็กด้วยว่าราคานั้นทำเงินต่อชั่วโมงได้ไม่น้อยกว่าที่ห้องควรทำ วิธีที่ชัดที่สุดคือคิดเป็นเงินที่ห้องทำได้ต่อชั่วโมง แล้วเทียบกับบริการอื่นที่ใช้ห้องเดียวกัน

สูตรตั้งราคาขัดผิว
ราคา = ต้นทุนรวมห้าก้อน + กำไรร้าน โดยเช็กว่าเงินที่ได้ต่อชั่วโมงไม่ต่ำกว่าบริการอื่นในห้องเดียวกัน

ตัวอย่างสมมติ: ต้นทุนรวม ฿270 + กำไรร้าน ฿230 = ราคา ฿500 ต่อรอบ ถ้าใช้ห้อง 45 นาที เท่ากับห้องทำเงินได้ราวชั่วโมงละ ฿670 ซึ่งควรเทียบกับบริการนวดหรือทรีตเมนต์ที่ใช้ห้องเดียวกันว่าทำได้เท่าไร

ถ้าเงินต่อชั่วโมงของขัดผิวต่ำกว่าบริการอื่นในห้องเดียวกันมาก แปลว่าการรับขัดผิวหนึ่งรอบคือการเสียโอกาสรับบริการที่ทำเงินกว่า ทางแก้ไม่ใช่การเลิกทำ แต่คือปรับราคาให้เงินต่อชั่วโมงใกล้เคียงกัน หรือขายขัดผิวเป็นบริการพ่วงที่ดึงลูกค้าให้ใช้บริการอื่นต่อ วิธีมองรอบบริการและอัตราการใช้ห้องอยู่ใน รอบบริการและอัตราการใช้งานของร้าน

ขายเดี่ยว หรือพ่วงกับนวดน้ำมัน

ขัดผิวขายได้สองแบบหลัก คือขายเป็นบริการเดี่ยว หรือพ่วงต่อกับนวดน้ำมัน แต่ละแบบมีผลต่อเงินต่อชั่วโมงและประสบการณ์ลูกค้าต่างกัน ตารางนี้เทียบด้วยสมมติฐานเดียวกันคือต้นทุนขัดผิว ฿270 ต่อรอบ และห้องหนึ่งห้อง

รูปแบบ ราคาตัวอย่าง เหมาะกับ
ขัดผิวเดี่ยว ฿500 / 45 นาที ลูกค้าที่มาเพื่อขัดผิวโดยเฉพาะ
ขัดผิวพ่วงนวดน้ำมัน ฿1,100 / 105 นาที เพิ่มยอดต่อบิลจากลูกค้านวด
ขัดผิวเป็นคอร์ส 5 ครั้ง ฿2,250 ล่วงหน้า ลูกค้าประจำที่มาสม่ำเสมอ

แบบพ่วงนวดน้ำมันมักให้เงินต่อชั่วโมงดีที่สุด เพราะลูกค้าที่จองนวดอยู่แล้วยอมจ่ายเพิ่มเพื่อขัดผิวก่อนนวด ทำให้ห้องหนึ่งรอบทำเงินได้มากขึ้นโดยไม่ต้องหาลูกค้าใหม่ ส่วนแบบเดี่ยวเหมาะกับลูกค้าที่ตั้งใจมาขัดผิวโดยเฉพาะ และแบบคอร์สช่วยล็อกลูกค้าประจำไว้ล่วงหน้า วิธีคิดบริการพ่วงสั้น ๆ ที่เพิ่มยอดต่อบิลอยู่ใน บริการเสริม 15 นาที ที่เพิ่มยอดต่อบิล

บริการที่ใช้ห้องเต็มรอบ ต้องคิดราคาจากเวลาที่ห้องถูกใช้ ไม่ใช่จากของที่ป้ายลงบนตัวลูกค้า

จัดคิวเผื่อเวลาทำความสะอาดห้อง

จุดที่ทำให้ขัดผิวทำตารางพังบ่อยที่สุดคือการลืมเผื่อเวลาทำความสะอาดห้องหลังจบรอบ ต่างจากบริการที่ทำบนเก้าอี้แล้วรับคนต่อได้ทันที ห้องขัดผิวต้องล้างพื้น เก็บผ้า และเปิดระบายอากาศก่อนรับลูกค้าคนถัดไป ถ้าจองคิวชิดกันโดยไม่เผื่อเวลานี้ คิวจะเลื่อนทั้งวัน

วิธีที่ใช้ได้จริงคือกำหนดเวลาต่อรอบให้รวมเวลาทำความสะอาดไว้แล้ว เช่น ขัดผิวใช้เวลาทำจริง 45 นาที แต่ตั้งคิวเป็น 60 นาที เพื่อเผื่อ 15 นาทีสำหรับเก็บห้อง ลูกค้าจะได้ไม่ต้องรอ และช่างไม่ต้องรีบจนงานหยาบ การเผื่อเวลานี้ดูเหมือนเสียรอบ แต่จริง ๆ คือการรักษาคุณภาพและทำให้คิวทั้งวันเดินตรงเวลา

ถ้าร้านมีห้องเดียวและรับทั้งขัดผิวและบริการอื่น ต้องระวังไม่ให้ขัดผิวรอบยาวไปเบียดบริการที่ทำเงินต่อชั่วโมงดีกว่าในช่วงเวลาทอง วิธีวางคิวเมื่อรับทั้งลูกค้าจองและลูกค้าเดินเข้าอยู่ใน จองผ่านไลน์กับลูกค้าเดินเข้าร้าน วางคิวยังไงไม่ให้ชนกัน

ควบคุมสต็อกสครับไม่ให้บานปลาย

สครับและผลิตภัณฑ์ขัดผิวเป็นของที่ใช้หมดเร็วและปริมาณต่อรอบไม่คงที่ ช่างบางคนป้ายหนา บางคนป้ายบาง ทำให้ต้นทุนต่อรอบเพี้ยนและสต็อกหมดเร็วกว่าที่คิด ร้านที่ไม่ได้กำหนดปริมาณต่อรอบมักพบว่าค่าสครับจริงสูงกว่าที่คำนวณไว้สองสามเท่า

ทางแก้คือกำหนดปริมาณต่อรอบให้ชัด เช่น ตักสครับด้วยช้อนตวงปริมาณเดียวกันทุกครั้ง แล้วเทียบยอดใช้จริงกับจำนวนรอบที่ขายในเดือนนั้น ถ้าสครับหมดเร็วกว่าจำนวนรอบที่ควรใช้ แปลว่ามีการใช้เกินหรือมีของหาย การตั้งสต็อกให้เตือนก่อนหมดและเทียบสัดส่วนวัตถุดิบต่อยอดขายช่วยจับจุดนี้ได้ วิธีคุมสัดส่วนวัตถุดิบต่อยอดขายอยู่ใน สต็อกร้านสปาควรเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของยอดขาย

สามขั้นตอนตั้งราคาเมนูขัดผิวให้คุ้มค่าเวลาห้อง
เช็กลิสต์ก่อนเปิดเมนูขัดผิว

เช็กลิสต์ก่อนเปิดเมนูขัดผิว

แปดข้อนี้ตรวจให้ครบก่อนเปิดขายจริง

  • ห้องมีที่อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าได้ และระบายอากาศดี
  • คิดต้นทุนต่อรอบครบห้าก้อน รวมค่าเวลาห้อง
  • เช็กว่าเงินที่ได้ต่อชั่วโมงไม่ต่ำกว่าบริการอื่นในห้องเดียวกัน
  • เลือกว่าขายเดี่ยว พ่วงนวด หรือขายเป็นคอร์ส
  • ตั้งเวลาคิวให้รวมเวลาทำความสะอาดห้องไว้แล้ว
  • กำหนดปริมาณสครับต่อรอบให้เท่ากันทุกครั้ง
  • ตั้งสต็อกให้เตือนก่อนหมดและเทียบยอดใช้จริงกับรอบที่ขาย
  • บันทึกแยกว่ารอบไหนเป็นขัดผิว เพื่อดูว่าเมนูนี้ทำเงินจริงเท่าไร

ข้อที่ทำให้เดือนถัดไปดีขึ้นคือข้อสุดท้าย เพราะเมื่อบันทึกแยกว่ารอบไหนเป็นขัดผิว ร้านจะรู้ว่าเมนูนี้ทำเงินต่อชั่วโมงเทียบกับบริการอื่นได้จริงแค่ไหน ถ้าตัวเลขออกมาต่ำกว่าที่คิด จะได้ตัดสินใจปรับราคาหรือปรับรูปแบบก่อนที่มันจะกินเวลาห้องไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ตัว

คำถามที่พบบ่อย

ขัดผิว ราคา ควรตั้งเท่าไร

ไม่มีราคาตายตัว เพราะขึ้นกับต้นทุนต่อรอบและเวลาห้องของร้าน วิธีที่ถูกคือรวมต้นทุนห้าก้อนก่อน แล้วบวกกำไร โดยเช็กว่าเงินที่ได้ต่อชั่วโมงไม่ต่ำกว่าบริการอื่นที่ใช้ห้องเดียวกัน ราคาที่ลอกจากร้านอื่นมักพลาดเพราะต้นทุนห้องและค่าแรงไม่เหมือนกัน

ขัดผิวต่างจากทรีตเมนต์หนังศีรษะยังไงในแง่ต้นทุน

ขัดผิวผูกกับเวลาห้องและการล้างตัว ต้นทุนหลักคือเวลาห้อง น้ำ และผ้า ส่วนทรีตเมนต์หนังศีรษะมักผูกกับต้นทุนเครื่องและผลิตภัณฑ์เฉพาะ การคิดราคาจึงเริ่มจากคนละจุด ขัดผิวต้องเริ่มจากเงินที่ห้องควรทำได้ต่อชั่วโมงเป็นหลัก

ร้านห้องเดียวควรรับขัดผิวไหม

รับได้ แต่ต้องระวังไม่ให้ขัดผิวรอบยาวไปเบียดบริการที่ทำเงินต่อชั่วโมงดีกว่าในช่วงเวลาทอง ทางที่ดีคือเปิดรับขัดผิวในช่วงที่ห้องมักว่าง หรือขายพ่วงกับบริการอื่นเพื่อให้ห้องหนึ่งรอบทำเงินได้มากขึ้น

ควรขายขัดผิวเป็นคอร์สหรือรายครั้ง

ขึ้นกับลูกค้า ลูกค้าที่มาสม่ำเสมอควรเสนอคอร์สเพื่อล็อกยอดล่วงหน้าและลดต้นทุนการหาลูกค้าซ้ำ ส่วนลูกค้าใหม่ควรเริ่มจากรายครั้งก่อน เพราะการขายคอร์สกับคนที่ยังไม่เคยลองมักถูกปฏิเสธ

อยากรู้ว่าเมนูขัดผิวทำเงินจริงเท่าไร

บันทึกทุกรอบว่าเป็นขัดผิวหรือบริการอื่น ให้ Ease POS สรุปเงินต่อชั่วโมงของแต่ละเมนู พร้อมตั้งสต็อกสครับให้เตือนก่อนหมด จะได้รู้ว่าเมนูไหนคุ้มเวลาห้องที่สุด

ดูราคาและแพ็กเกจของ Ease POS