ลูกค้าถ่ายรูปผลงานตัวเองทุกครั้งที่ออกจากร้าน แต่รูปที่ได้มักเป็นรูปมือหรือปลายผมในรถ ไม่มีอะไรบอกว่าทำที่ไหน ร้านจึงเสียโอกาสที่ลูกค้าจะโฆษณาให้ฟรีไปทุกวันโดยไม่รู้ตัว ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ลูกค้าไม่อยากโพสต์ แต่อยู่ที่ในร้านไม่มีที่ให้ถ่ายแล้วออกมาสวย เพราะแสงไม่เข้าและข้างหลังรก การทำมุมถ่ายรูปจึงเป็นงานที่ใช้พื้นที่ไม่ถึงหนึ่งตารางเมตรแต่เปลี่ยนเรื่องนี้ได้ทั้งหมด บทความนี้พาไปดูวิธีเลือกจุด จัดแสง และเลือกของที่ต้องมี
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้คุ้มกว่าการซื้อโฆษณาคือ รูปที่ลูกค้าโพสต์เองมีน้ำหนักกว่ารูปที่ร้านโพสต์เอง เพราะคนดูรู้ว่าไม่ได้จ้างมา และมักเป็นเพื่อนที่อยู่ย่านเดียวกัน ซึ่งคือกลุ่มที่มีโอกาสเดินมาที่ร้านมากที่สุด
ทำไมลูกค้าถึงไม่โพสต์ ทั้งที่พอใจกับผลงาน
เหตุผลข้อแรกคือแสง ในร้านส่วนใหญ่ใช้ไฟจากเพดานซึ่งส่องลงมาตรง ๆ ทำให้เกิดเงาใต้ตาและใต้คาง ลูกค้าถ่ายแล้วรู้สึกว่าหน้าตัวเองดูโทรมกว่าความจริง จึงไม่โพสต์ทั้งที่ชอบผลงาน
ข้อสองคือฉากหลัง ถ้าข้างหลังเป็นชั้นวางของหรือมีคนเดินผ่าน ลูกค้าจะรู้สึกว่ารูปดูรก และไม่อยากให้คนอื่นเห็นห้องทำงานของร้านมากกว่าเห็นหน้าตัวเอง
รูปที่ดีมีผลต่อการถูกค้นเจอด้วย เพราะหน้าร้านบนแผนที่ที่มีรูปใหม่สม่ำเสมอมักถูกเปิดดูมากกว่า ตามคำแนะนำเรื่องรูปของ Google Business Profile
ข้อสามคือความเขินอาย คนส่วนใหญ่ไม่อยากยกมือถือถ่ายตัวเองกลางร้านที่มีคนมองอยู่ การมีมุมที่ถูกกำหนดไว้ชัดเจนช่วยเรื่องนี้มาก เพราะกลายเป็นเรื่องปกติของร้าน ไม่ใช่การถ่ายรูปตัวเองในที่สาธารณะ

เลือกจุดไหนของร้านสำหรับทำมุมถ่ายรูป
จุดที่ใช้ได้ดีที่สุดมักไม่ใช่จุดที่สวยที่สุด แต่คือจุดที่ผ่านเกณฑ์สามข้อพร้อมกัน
จุดที่ตอบทั้งสามข้อบ่อยที่สุดของการทำมุมถ่ายรูปคือผนังใกล้ทางเข้าที่มีหน้าต่างอยู่ด้านข้าง เพราะได้แสงธรรมชาติ อยู่นอกเส้นทางเดินของช่าง และคนที่นั่งรอมองเห็น
สี่อย่างที่ต้องมีตอนทำมุมถ่ายรูป
- แสง — ถ้ามีหน้าต่างให้ใช้แสงธรรมชาติเป็นหลัก ถ้าไม่มี ให้ติดไฟอุ่นสองดวงในระดับสูงกว่าหัวเล็กน้อยและเยื้องไปด้านข้าง ห้ามใช้ไฟดวงเดียวจากด้านบนตรง ๆ
- ผนังเรียบสีเดียว — สีอ่อนที่ไม่สะท้อนแสงจะปลอดภัยที่สุด ไม่ต้องมีลวดลาย เพราะสิ่งที่ควรเด่นคือลูกค้า ไม่ใช่ผนัง
- ที่นั่งหรือที่วางของ — เก้าอี้ตัวเล็กหรือชั้นวางเตี้ยช่วยให้มือของลูกค้ามีอะไรทำ ท่าทางจะดูเป็นธรรมชาติขึ้นทันที
- ป้ายชื่อร้านเล็ก ๆ — วางไว้มุมภาพ ไม่ใช่กลางภาพ ให้เห็นพอรู้ว่าที่ไหน แต่ไม่ทำให้รูปดูเหมือนโฆษณา
ตัวอย่างสมมติ: สี ฿400 + ไฟ ฿1,200 + เก้าอี้ ฿900 + ป้าย ฿700 รวม ฿3,200 เป็นค่าใช้จ่ายครั้งเดียวที่ใช้ได้ทุกวันหลังจากนั้น

ตัวอย่างการทำมุมถ่ายรูปในร้านขนาดเล็ก
ตัวอย่างสมมติต่อไปนี้ใช้เพื่อแสดงวิธีวาง ไม่ใช่ผังของร้านจริง สมมติว่าร้านกว้าง 4 เมตร ลึก 8 เมตร มีหน้าต่างบานใหญ่ด้านหน้า มีเก้าอี้บริการ 4 ตัวเรียงชิดผนังขวา และอ่างสระอยู่ด้านใน
สิ่งที่ควรทำพร้อมกับการทำมุมถ่ายรูปคือทบทวนว่าลูกค้าประจำได้อะไรจากร้านบ้าง เพราะคนที่โพสต์บ่อยที่สุดมักเป็นลูกค้าเก่า ไม่ใช่คนใหม่ ดูวิธีเพิ่มยอดจากลูกค้าเดิมที่ เพิ่มยอดจากลูกค้าเดิมที่มีอยู่แล้ว และสัญญาณที่บอกว่าลูกค้าพอใจจริงอยู่ใน สัญญาณความพอใจของลูกค้าร้านบริการ
เมื่อเลือกจุดได้แล้ว ให้ทดลองถ่ายในสามช่วงเวลาของวัน คือเช้า กลางวัน และเย็น เพราะแสงเปลี่ยนทั้งวัน ถ้าเย็นแล้วมืดเกินไป ค่อยเพิ่มไฟเสริมเฉพาะช่วงนั้น
รูปที่ลูกค้าถ่ายเองแล้วโพสต์ มีค่ากับร้านมากกว่ารูปที่ร้านจ้างถ่าย เพราะคนดูรู้ว่าไม่ได้จัดฉาก
ทำให้ลูกค้าถ่ายแล้วรู้ว่าเป็นร้านเรา
รูปที่ไม่มีใครรู้ว่าถ่ายที่ไหนช่วยร้านไม่ได้เลย สิ่งที่ต้องทำคือให้ชื่อร้านปรากฏในภาพแบบไม่ยัดเยียด และให้ลูกค้าติดชื่อร้านได้ง่ายตอนโพสต์
- ป้ายชื่อขนาดเล็กที่มุมภาพ — ให้อ่านออกเมื่อดูในมือถือ แต่ไม่ใหญ่จนกลืนคนในรูป
- เขียนชื่อบัญชีร้านไว้ตรงมุม — เขียนบนกระจกหรือบนป้ายเล็กใกล้จุดถ่าย ให้ลูกค้าพิมพ์แท็กได้โดยไม่ต้องเปิดหา
- ตั้งชื่อมุมนั้นให้จำง่าย — เมื่อมุมมีชื่อ ลูกค้าจะพูดถึงมันได้ และช่างก็ชวนลูกค้าไปถ่ายได้ง่ายขึ้น
- ผูกกับเมนูบนไลน์ของร้าน — ใส่ปุ่มไปที่บัญชีโซเชียลของร้านไว้ในเมนูไลน์ ลูกค้าจะแท็กถูกที่ วิธีทำเมนูอยู่ใน ใช้เมนูบนไลน์ให้ลูกค้ากดเองได้
- ให้ช่างเป็นคนชวน — ประโยคที่ใช้ได้คือ ถ่ายเก็บไว้หน่อยไหมคะ ตรงนี้แสงกำลังดี ไม่ต้องขอให้เขาแท็ก เพราะคนส่วนใหญ่แท็กเอง
เมื่อรูปเริ่มถูกโพสต์มากขึ้น ให้ต่อยอดไปที่หน้าร้านบนแผนที่ด้วย เพราะคนที่เห็นรูปเพื่อนแล้วสนใจ มักค้นหาชื่อร้านต่อทันที วิธีทำให้ร้านขึ้นในผลค้นหาแถวนั้นอ่านได้ที่ ทำให้ร้านบริการเจอง่ายบนแผนที่ และวิธีทำให้การบอกต่อเกิดขึ้นสม่ำเสมออยู่ใน การบอกต่อแบบปากต่อปากของร้านบริการ
สิ่งที่ทำแล้วการทำมุมถ่ายรูปสูญเปล่า
สามอย่างนี้ทำให้มุมที่ตั้งใจทำกลายเป็นที่วางของภายในหนึ่งเดือน
- วางของเพิ่มทีละชิ้น — เริ่มจากตะกร้าใบเดียว จบด้วยกล่องสามใบและถุงของช่าง ต้องมีคนรับผิดชอบเก็บทุกเช้า
- เปลี่ยนของตกแต่งบ่อยเกินไป — ลูกค้าที่กลับมาอีกครั้งอยากถ่ายรูปที่เหมือนเดิม การเปลี่ยนทุกเดือนทำให้ไม่มีใครจำได้ว่านี่คือมุมของร้านนี้
- ใช้ไฟสีขาวจัด — ทำให้สีผิวในรูปดูซีดและสีผมเพี้ยน ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่สำหรับร้านทำสีผมและร้านเล็บ

เช็กลิสต์ก่อนเปิดใช้มุมถ่ายรูปที่เพิ่งทำเสร็จ
แปดข้อนี้ตรวจก่อนบอกลูกค้าคนแรก
- ถ่ายทดสอบแล้วในสามช่วงเวลาของวัน
- แสงมาจากด้านข้าง ไม่ใช่จากเพดานตรง ๆ
- ฉากหลังเรียบ ไม่มีอุปกรณ์หรือคนเดินผ่าน
- มีที่นั่งหรือที่วางของให้มือลูกค้ามีอะไรทำ
- ป้ายชื่อร้านอยู่มุมภาพ อ่านออกในมือถือ
- เขียนชื่อบัญชีร้านไว้ใกล้จุดถ่าย
- มีคนรับผิดชอบเก็บของออกจากมุมนี้ทุกเช้า
- ช่างทุกคนรู้ประโยคที่ใช้ชวนลูกค้าไปถ่าย
วิธีวัดผลของการทำมุมถ่ายรูปที่ง่ายที่สุดคือค้นชื่อร้านบนโซเชียลทุกสัปดาห์แล้วนับว่ามีรูปใหม่กี่รูป ถ้าตัวเลขนี้ขยับขึ้นทุกสัปดาห์ แปลว่ามุมนั้นทำงานแทนค่าโฆษณาให้แล้ว
คำถามที่พบบ่อย
ร้านเล็กมากไม่มีพื้นที่เหลือ ทำได้ไหม
ได้ เพราะมุมถ่ายรูปใช้พื้นที่จริงแค่ราวหนึ่งตารางเมตร ถ้าไม่มีผนังว่างเลย ให้ใช้ผนังหลังเคาน์เตอร์ทำเป็นมุมได้ โดยเก็บของบนเคาน์เตอร์ให้โล่งเฉพาะตอนที่มีคนถ่าย
ต้องจ้างช่างภาพมาถ่ายให้ลูกค้าไหม
ไม่ต้อง จุดประสงค์คือให้ลูกค้าถ่ายเองด้วยมือถือ ถ้าต้องมีคนถ่ายให้ทุกครั้ง มุมนั้นจะถูกใช้เฉพาะตอนที่ร้านว่าง ซึ่งเป็นเวลาที่มีลูกค้าน้อยที่สุด
ควรมีของแจกเพื่อแลกกับการโพสต์ไหม
ไม่จำเป็นในช่วงแรก ให้ดูก่อนว่ามีคนถ่ายเองมากพอหรือยัง ถ้าอยากกระตุ้น ให้ใช้วิธีลดราคาบริการเสริมเล็กน้อยแทนการแจกของ เพราะได้ลูกค้ากลับมาใช้บริการด้วย
เปลี่ยนมุมตามเทศกาลดีไหม
เปลี่ยนได้แต่ควรเก็บโครงเดิมไว้ ให้เปลี่ยนเฉพาะของประดับชิ้นเล็ก ไม่ควรเปลี่ยนสีผนังหรือย้ายตำแหน่ง เพราะสิ่งที่ทำให้คนจำร้านได้คือความเหมือนเดิมของรูปที่เห็นบนหน้าฟีดซ้ำ ๆ
อยากรู้ว่าลูกค้าที่มาจากโซเชียลกลับมาซ้ำกี่คน
บันทึกว่าลูกค้าใหม่แต่ละคนรู้จักร้านจากทางไหน แล้วให้ Ease POS สรุปให้ว่าคนกลุ่มไหนกลับมาบ่อยที่สุด จะได้รู้ว่าควรลงแรงตรงไหนต่อ