ร้านบริการส่วนใหญ่เลือกแพ็กเกจ LINE OA จากจำนวนเพื่อนในบัญชี คิดว่าเพื่อนเยอะแปลว่าต้องใช้แพ็กเกจใหญ่ แต่ตัวเลขที่ตัดสินค่าใช้จ่ายจริงไม่ใช่จำนวนเพื่อน มันคือจำนวนครั้งที่คุณกดส่งข้อความออกไปหาลูกค้าในแต่ละเดือน เพราะ LINE นับค่าใช้จ่ายจากจำนวนข้อความที่ส่งถึงผู้รับ ไม่ใช่จากขนาดของบัญชี ร้านที่มีเพื่อนหลักพันแต่ส่งข้อความเดือนละครั้ง อาจใช้แพ็กเกจฟรีได้สบาย ส่วนร้านที่มีเพื่อนน้อยกว่าแต่ส่งบ่อย กลับต้องขยับแพ็กเกจก่อน บทความนี้พาไปดูว่าร้านบริการควรขยับจากแพ็กเกจฟรีไปแพ็กเกจโปรเมื่อไร โดยคิดจากจำนวนข้อความที่ส่งจริง

LINE Official Account หรือ LINE OA คือบัญชีทางการที่ร้านใช้คุยกับลูกค้าและส่งข้อความหาลูกค้าหลายคนพร้อมกัน จุดที่ทำให้ค่าใช้จ่ายต่างกันคือการส่งข้อความแบบบรอดแคสต์ ซึ่งนับตามจำนวนผู้รับ ทำให้แพ็กเกจที่เหมาะกับร้านขึ้นกับพฤติกรรมการส่งของร้านนั้นโดยตรง

ใจความสำคัญ: เลือกแพ็กเกจ LINE OA จากจำนวนข้อความที่ส่งต่อเดือน ไม่ใช่จำนวนเพื่อน คำนวณง่าย ๆ คือ จำนวนผู้รับ คูณ จำนวนครั้งที่ส่งต่อเดือน ถ้าตัวเลขนี้เกินโควตาของแพ็กเกจฟรี ก็ถึงเวลาพิจารณาขยับแพ็กเกจ
300
คือจำนวนข้อความบรอดแคสต์ที่แพ็กเกจฟรีของ LINE OA ส่งได้ต่อเดือน ส่งถึงลูกค้า 100 คน 3 ครั้งก็เต็มแล้ว (ตัวเลขจากประกาศทางการ LINE มีผล 1 ส.ค. 2567)

LINE นับจำนวนข้อความยังไง

สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจก่อนเลือกแพ็กเกจคือวิธีนับข้อความ เพราะเข้าใจผิดตรงนี้ทำให้ประเมินค่าใช้จ่ายพลาดทั้งหมด ตามศูนย์ช่วยเหลือทางการของ LINE ข้อความบรอดแคสต์นับตามจำนวนผู้รับ ไม่ใช่จำนวนครั้งที่กดส่ง

แปลว่าถ้ากดส่งบรอดแคสต์หนึ่งครั้งถึงลูกค้า 100 คน จะนับเป็น 100 ข้อความ ไม่ใช่ 1 ข้อความ ถ้าเดือนนั้นส่งบรอดแคสต์แบบเดียวกันสามครั้ง ก็เท่ากับ 300 ข้อความ นี่คือเหตุผลที่จำนวนเพื่อนสำคัญ แต่จำนวนครั้งที่ส่งสำคัญกว่า เพราะมันคูณกัน

ที่สำคัญคือ ไม่ใช่ทุกข้อความที่นับเข้าโควตา ตามศูนย์ช่วยเหลือทางการของ LINE ข้อความที่นับกับไม่นับแยกกันชัดเจน ดูตารางด้านล่างก่อนวางแผนส่ง

ข้อความที่นับเข้าโควตา ข้อความที่ไม่นับ
บรอดแคสต์ รวมส่งแบบเจาะกลุ่ม แชทตอบกลับลูกค้าทีละคน
ข้อความแบบขั้นบันได ข้อความตอบอัตโนมัติ
ข้อความส่งผ่านการเชื่อมต่อแบบ Push ข้อความทักทายเพื่อนใหม่

ข้อมูลประเภทข้อความที่นับและไม่นับมาจาก ศูนย์ช่วยเหลือ LINE Official Account จุดที่ร้านบริการได้ประโยชน์คือ การแชทตอบลูกค้าทีละคนและข้อความทักทายเพื่อนใหม่ไม่นับเข้าโควตา ร้านที่คุยกับลูกค้าเป็นหลักและส่งบรอดแคสต์นาน ๆ ครั้ง จึงมักใช้ข้อความน้อยกว่าที่คิด

แพ็กเกจของ LINE OA มีอะไรบ้าง

เมื่อเข้าใจวิธีนับแล้ว มาดูแพ็กเกจ ตามประกาศทางการของ LINE ที่มีผลตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2567 แพ็กเกจฟรีและแพ็กเกจโปรมีรายละเอียดที่ยืนยันได้ชัดเจน ส่วนแพ็กเกจกลางระหว่างสองตัวนี้ควรตรวจราคาล่าสุดจากหน้าทางการก่อนตัดสินใจ

แพ็กเกจ ข้อความต่อเดือน ค่าบริการ
ฟรี (Free) 300 ข้อความ ไม่มีค่าใช้จ่าย
แพ็กเกจกลาง มากกว่าฟรี น้อยกว่าโปร ดูราคาล่าสุดที่หน้าทางการ
โปร (Pro) 35,000 ข้อความ 1,780 บาทต่อเดือน

รายละเอียดแพ็กเกจฟรีและโปรมาจาก ประกาศปรับแพ็กเกจรายเดือนของ LINE Official Account แพ็กเกจโปรส่งได้ 35,000 ข้อความต่อเดือน ราคา 1,780 บาท และรวมเครื่องมือสมาชิกสะสมแต้ม MyCustomer มาด้วย ส่วนข้อความที่ส่งเกินโควตาของแพ็กเกจโปร คิดเพิ่ม 0.06 บาทต่อข้อความ ตั้งแต่รอบบิลวันที่ 10 กันยายน 2567 เป็นต้นไป สำหรับราคาแพ็กเกจกลางและราคาล่าสุดทั้งหมด ควรตรวจที่หน้าทางการก่อนสมัคร เพราะราคาอาจปรับได้

วิธีคำนวณจำนวนข้อความ LINE ที่ร้านใช้จริงต่อเดือน
สูตรคำนวณจำนวนข้อความที่ร้านใช้จริง

สูตรคำนวณจำนวนข้อความที่ร้านใช้จริง

วิธีที่จะรู้ว่าควรอยู่แพ็กเกจไหน คือคำนวณจำนวนข้อความที่ร้านส่งจริงต่อเดือน ไม่ใช่เดาจากจำนวนเพื่อน สูตรง่ายมากคือเอาจำนวนผู้รับต่อครั้ง คูณด้วยจำนวนครั้งที่ส่งต่อเดือน

สูตรหาจำนวนข้อความต่อเดือน
ข้อความต่อเดือน = จำนวนผู้รับต่อครั้ง × จำนวนครั้งที่ส่งต่อเดือน

ตัวอย่างสมมติ: ส่งถึงลูกค้า 400 คน เดือนละ 4 ครั้ง = 1,600 ข้อความต่อเดือน เกินโควตาแพ็กเกจฟรี 300 ข้อความไปมาก จึงต้องขยับแพ็กเกจ ส่วนร้านที่ส่งถึง 80 คน เดือนละ 3 ครั้ง = 240 ข้อความ ยังอยู่ในแพ็กเกจฟรีได้

ตัวเลขจำนวนผู้รับและจำนวนครั้งเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อแสดงวิธีคิด ร้านควรแทนด้วยพฤติกรรมจริงของตัวเอง เมื่อได้ตัวเลขข้อความต่อเดือนแล้ว จะเทียบกับโควตาแต่ละแพ็กเกจได้ทันทีว่าควรอยู่ตัวไหน

จุดที่ควรขยับจากฟรีไปโปร

แพ็กเกจฟรีส่งได้ 300 ข้อความต่อเดือน ซึ่งน้อยกว่าที่หลายร้านคิด ส่งถึงลูกค้าเพียง 100 คน สามครั้งก็เต็มแล้ว จุดที่ควรเริ่มพิจารณาขยับแพ็กเกจคือเมื่อจำนวนข้อความต่อเดือนที่คำนวณได้เกิน 300 อย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่เกินแค่เดือนเดียวเพราะมีแคมเปญพิเศษ

ก่อนตัดสินใจขยับ ลองถามสามคำถามนี้ก่อน คำตอบจะบอกว่าควรขยับจริงหรือแค่ต้องส่งให้ฉลาดขึ้น

  • ส่งเกินโควตาทุกเดือนหรือแค่บางเดือน — ถ้าเกินเฉพาะเดือนที่มีแคมเปญ อาจแก้ด้วยการวางแผนส่งแทนการขยับถาวร
  • ส่งหาทุกคนหรือส่งเฉพาะกลุ่ม — ถ้าส่งหาทุกคนทั้งที่บางข้อความเกี่ยวกับคนบางกลุ่ม การส่งเฉพาะกลุ่มจะลดข้อความลงมาก
  • ต้องใช้เครื่องมือสมาชิกสะสมแต้มไหม — แพ็กเกจโปรรวมเครื่องมือสมาชิก MyCustomer มาด้วย ถ้าร้านอยากทำสะสมแต้มสมาชิกอยู่แล้ว การขยับก็คุ้มขึ้น

ถ้าคำตอบคือส่งเกินทุกเดือน ส่งหาทุกคน และอยากได้เครื่องมือสมาชิก การขยับไปแพ็กเกจโปรก็สมเหตุสมผล แต่ถ้าเกินเพราะส่งไม่เจาะกลุ่ม ลองแก้ด้วยวิธีถัดไปก่อน

ค่าใช้จ่าย LINE OA ไม่ได้มาจากจำนวนเพื่อน แต่มาจากจำนวนครั้งที่คุณกดส่งหาคนที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย

แบ่งกลุ่มก่อนส่ง ลดข้อความโดยยอดไม่ลด

วิธีลดจำนวนข้อความที่ดีที่สุดไม่ใช่การส่งให้น้อยลง แต่คือการส่งให้ตรงคนขึ้น ร้านส่วนใหญ่ส่งบรอดแคสต์หาลูกค้าทุกคนในบัญชี ทั้งที่ข้อความบางอันเกี่ยวกับลูกค้าบางกลุ่มเท่านั้น เช่น โปรทำเล็บส่งหาลูกค้าที่ทำแต่ผมด้วย ทำให้เปลืองโควตาไปกับคนที่ไม่สนใจ

การส่งแบบเจาะกลุ่มช่วยลดจำนวนผู้รับต่อครั้งลง ซึ่งลดจำนวนข้อความต่อเดือนโดยตรง ตัวอย่างสมมติ ถ้าเดิมส่งหาลูกค้าทั้ง 400 คนทุกครั้ง แต่เปลี่ยนเป็นส่งโปรทำเล็บเฉพาะ 150 คนที่เคยทำเล็บ ข้อความต่อครั้งลดจาก 400 เหลือ 150 ทันที โดยที่คนที่ได้รับคือคนที่มีโอกาสตอบสนองมากกว่าเดิม ยอดขายจึงไม่ลดแต่ค่าใช้จ่ายลด

การเก็บข้อมูลว่าลูกค้าคนไหนใช้บริการอะไรจึงเป็นฐานของการส่งแบบเจาะกลุ่ม ร้านที่บันทึกประวัติบริการของลูกค้าไว้จะแบ่งกลุ่มส่งได้แม่นกว่าร้านที่ส่งหาทุกคนแบบเหมารวม การดึงลูกค้าเก่าที่หายไปกลับมาด้วยข้อความที่ตรงกลุ่มอยู่ใน ดึงลูกค้าเก่าที่หายไปให้กลับมา

ใช้เครื่องมือที่ไม่กินโควตาให้คุ้ม

เพราะการแชทตอบลูกค้าทีละคน ข้อความตอบอัตโนมัติ และข้อความทักทายเพื่อนใหม่ไม่นับเข้าโควตา ร้านควรใช้เครื่องมือเหล่านี้ทำงานที่ไม่จำเป็นต้องบรอดแคสต์ เช่น ตั้งข้อความทักทายให้เพื่อนใหม่รู้บริการและวิธีจองทันทีที่แอดเข้ามา หรือใช้ริชเมนูเป็นปุ่มลัดให้ลูกค้ากดจองเองโดยไม่ต้องส่งข้อความหา

ริชเมนูคือเมนูภาพด้านล่างหน้าจอแชทที่กดแล้วลิงก์ไปหน้าจองหรือดูบริการได้ ตัวนี้ไม่กินโควตาและช่วยลดการต้องบรอดแคสต์บอกโปรซ้ำ ๆ วิธีสร้างริชเมนูอยู่ใน สร้างริชเมนูใน 5 นาที และถ้าริชเมนูที่สร้างแล้วไม่ขึ้น วิธีแก้อยู่ใน ริชเมนูไม่ขึ้น แก้ยังไง

วางคิวจองผ่าน LINE ไม่ให้ชนลูกค้าเดินเข้าร้าน

เมื่อใช้ LINE รับจองมากขึ้น ปัญหาที่ตามมาคือคิวจองผ่าน LINE ชนกับลูกค้าที่เดินเข้าร้านเอง ถ้าไม่วางแผนให้ดี ช่างจะรับงานซ้อนจนลูกค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งต้องรอ การส่งข้อความยืนยันคิวและเตือนนัดผ่าน LINE ช่วยลดการไม่มาตามนัดได้ แต่ต้องจัดคิวให้สองกลุ่มอยู่ร่วมกันได้ก่อน วิธีวางคิวเมื่อรับทั้งลูกค้าจองและลูกค้าเดินเข้าอยู่ใน จองผ่านไลน์กับลูกค้าเดินเข้าร้าน วางคิวยังไงไม่ให้ชนกัน

เมื่อลูกค้าตอบกลับข้อความที่ส่งไป ขั้นต่อไปคือการเปลี่ยนความสนใจเป็นการจองจริง จังหวะการตอบและการปิดการขายผ่านแชทมีผลต่อยอดมากกว่าที่คิด แนวทางปิดการขายอยู่ใน เทคนิคปิดการขาย

เทียบแพ็กเกจ LINE OA และจุดที่ควรขยับจากฟรีไปโปร
เช็กลิสต์ก่อนเลือกแพ็กเกจ LINE OA

เช็กลิสต์ก่อนเลือกแพ็กเกจ LINE OA

เจ็ดข้อนี้ตรวจให้ครบก่อนตัดสินใจสมัครหรือขยับแพ็กเกจ

  • คำนวณจำนวนข้อความต่อเดือนจากผู้รับคูณจำนวนครั้งที่ส่ง
  • เทียบตัวเลขนั้นกับโควตาแพ็กเกจฟรี 300 ข้อความ
  • ดูว่าเกินโควตาทุกเดือนจริง หรือเกินเฉพาะเดือนแคมเปญ
  • แยกว่าข้อความไหนควรส่งเฉพาะกลุ่ม ไม่ต้องส่งหาทุกคน
  • ย้ายงานที่ไม่ต้องบรอดแคสต์ไปใช้ทักทายและริชเมนูแทน
  • ตรวจราคาแพ็กเกจล่าสุดที่หน้าทางการก่อนสมัคร
  • ถ้าอยากได้เครื่องมือสมาชิกสะสมแต้มด้วย ให้รวมมูลค่านั้นในการตัดสินใจ

ข้อที่คนมองข้ามบ่อยที่สุดคือข้อสี่ เพราะการส่งเฉพาะกลุ่มมักลดจำนวนข้อความได้มากพอจนไม่ต้องขยับแพ็กเกจเลย ร้านที่ลองแบ่งกลุ่มก่อนหลายร้านพบว่ายังอยู่แพ็กเกจฟรีได้ ทั้งที่เดิมคิดว่าต้องขยับแล้ว

คำถามที่พบบ่อย

ส่งข้อความหาลูกค้า 100 คนหนึ่งครั้ง นับเป็นกี่ข้อความ

นับเป็น 100 ข้อความ เพราะ LINE นับตามจำนวนผู้รับ ไม่ใช่จำนวนครั้งที่กดส่ง ตามศูนย์ช่วยเหลือทางการของ LINE ดังนั้นการส่งบ่อยและส่งหาคนจำนวนมากคือสองอย่างที่ทำให้โควตาหมดเร็ว

แชทตอบลูกค้าทีละคนกินโควตาไหม

ไม่กิน ตามศูนย์ช่วยเหลือทางการของ LINE การแชทตอบลูกค้าทีละคน ข้อความตอบอัตโนมัติ และข้อความทักทายเพื่อนใหม่ ไม่นับเข้าโควตาบรอดแคสต์ ร้านที่เน้นคุยกับลูกค้ามากกว่าส่งบรอดแคสต์จึงมักใช้ข้อความน้อย

แพ็กเกจฟรี 300 ข้อความพอสำหรับร้านเล็กไหม

พอสำหรับร้านที่ส่งบรอดแคสต์ไม่บ่อยและมีลูกค้าไม่มาก แต่ถ้าส่งโปรถึงลูกค้าหลักร้อยหลายครั้งต่อเดือน จะเกิน 300 ได้ง่าย ทางที่ดีคือคำนวณจากผู้รับคูณจำนวนครั้งจริงก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ

ราคาแพ็กเกจกลางเท่าไร

บทความนี้ยืนยันได้เฉพาะราคาแพ็กเกจฟรีและโปรจากประกาศทางการของ LINE ส่วนราคาแพ็กเกจกลางควรตรวจที่หน้าทางการของ LINE for Business ก่อนสมัคร เพราะราคาอาจปรับเปลี่ยนและควรอ้างอิงจากแหล่งทางการเสมอ

อยากส่ง LINE ให้ตรงกลุ่มโดยไม่เปลืองโควตา

เชื่อม LINE OA กับ Ease POS แล้วกรองลูกค้าตามบริการที่เคยใช้ก่อนส่ง ให้ข้อความไปถึงเฉพาะคนที่เกี่ยวข้อง ลดจำนวนข้อความต่อครั้งโดยยอดขายไม่ลด

ดูราคาและแพ็กเกจของ Ease POS