คำว่าเดี๋ยวโอนนะคือคำที่ร้านบริการเสียยอดมากที่สุด การส่งลิงก์จ่ายเงินให้ลูกค้าในแชทคือวิธีปิดช่องว่างนั้น ลูกค้าคุยถูกใจ ตกลงราคาแล้ว บอกว่าจะโอน แล้วหายไป ไม่ใช่เพราะเปลี่ยนใจตั้งแต่ต้น แต่เพราะระหว่างที่เขาสลับไปแอปธนาคาร มีอย่างอื่นแทรกแล้วลืม ช่องว่างระหว่างตกลงกับจ่ายจริงจึงเป็นจุดที่ยอดหลุด วิธีปิดช่องว่างนี้คือทำให้เขาจ่ายได้ในแชทตรงนั้น ไม่ต้องออกไปที่อื่น บทความนี้อธิบายว่าลิงก์จ่ายเงินทำงานอย่างไร เหมาะกับงานแบบไหน และมีจุดที่ต้องเช็กอะไรเพื่อให้ยอดตรงตอนปิดร้าน
ยอดหลุดตรงไหนเวลาลูกค้าบอกเดี๋ยวโอน
จุดแรกคือการสลับแอป ลูกค้าต้องออกจากแชท ไปเปิดแอปธนาคาร ใส่เลขบัญชี ใส่ยอด แล้วกลับมาส่งสลิป ทุกขั้นเป็นโอกาสที่เขาจะหลุดไปทำอย่างอื่น ยิ่งขั้นตอนยาว โอกาสหลุดยิ่งมาก
จุดที่สองคือการรอสลิป ร้านไม่รู้ว่าเขาจ่ายแล้วหรือยังจนกว่าจะเห็นสลิป ระหว่างนั้นคิวยังถูกจองไว้หรือไม่ก็ไม่ชัด บางร้านกันคิวไว้แล้วสุดท้ายลูกค้าไม่มา กลายเป็นเสียทั้งคิวและรายได้
จุดที่สามคือทางเลือกในการจ่าย บางคนไม่มีเงินในบัญชีตอนนั้น แต่พร้อมจ่ายด้วยบัตรหรือผ่อน ถ้าร้านรับแต่โอน ลูกค้ากลุ่มนี้จะเลื่อนออกไปเรื่อยหรือหายไปเลย
ลิงก์จ่ายเงินทำงานอย่างไร
แอดมินสร้างลิงก์ที่ผูกกับยอดและรายการที่ตกลงกันไว้ แล้วส่งเข้าแชท ลูกค้ากดลิงก์ เห็นว่าจ่ายค่าอะไร ยอดเท่าไหร่ แล้วเลือกวิธีจ่ายได้ตรงนั้น เมื่อจ่ายสำเร็จ ร้านรู้ทันทีโดยไม่ต้องรอสลิป
ข้อดีที่ต่างจากการโอนคือยอดกับรายการผูกกันมาตั้งแต่ต้น แอดมินไม่ต้องมานั่งเดาว่าเงินก้อนนี้เป็นของลูกค้าคนไหน และตอนปิดร้านก็ไม่ต้องเทียบสลิปกับรายการทีละใบ
ทางเลือกจ่ายด้วยบัตรและผ่อนชำระมีเงื่อนไขและค่าธรรมเนียมของตัวเองที่ควรรู้ก่อนเปิดใช้ ซึ่งเราเล่าไว้ใน การเปิดรับบัตรเครดิตและบริการผ่อนชำระสำหรับร้านบริการ

งานแบบไหนคุ้มที่สุดที่จะเก็บมัดจำ
งานที่คุ้มที่สุดคืองานที่กินเวลาช่างนาน เพราะถ้าลูกค้าไม่มา ร้านเสียทั้งคิวและเสียโอกาสรับลูกค้าคนอื่นในช่วงนั้น งานสั้นที่เติมคิวแทนได้ง่ายไม่จำเป็นต้องเก็บมัดจำทุกครั้ง
งานที่สองคืองานที่ต้องเตรียมของเฉพาะ เช่น สั่งสีหรือวัสดุตามที่ลูกค้าเลือก ถ้าลูกค้าไม่มา ของนั้นค้างอยู่ที่ร้าน มัดจำในกรณีนี้ไม่ใช่การกันลูกค้าเบี้ยว แต่คือการคุ้มต้นทุนที่ร้านออกไปแล้ว
ยอดมัดจำที่เหมาะไม่ใช่ตัวเลขกลมๆ แต่คิดจากเวลาที่ใช้และต้นทุนเตรียมคิว วิธีคิดที่ใช้ได้ เราไล่ไว้ใน วิธีคำนวณมัดจำร้านบริการจากเวลาทำและต้นทุนเตรียมคิว
เขียนข้อความส่งลิงก์ให้ลูกค้าไม่ลังเล
สิ่งที่ทำให้ลูกค้าไม่กดคือไม่รู้ว่ากดไปแล้วเจออะไร ข้อความที่ได้ผลจึงต้องบอกสามอย่างในบรรทัดเดียว คือจ่ายค่าอะไร ยอดเท่าไหร่ และจ่ายแล้วได้อะไรกลับ
ตัวอย่างที่ใช้ได้คือบอกชื่อบริการ วันเวลาที่กันคิวไว้ ยอดมัดจำ และบอกว่าส่วนที่เหลือจ่ายวันมาที่ร้าน เมื่อลูกค้าเห็นภาพครบ เขาจะกดทันทีแทนที่จะถามกลับแล้วหายไป
อีกจุดที่ช่วยคือบอกเงื่อนไขการเลื่อนนัดไปพร้อมกัน เช่น เลื่อนได้ถ้าแจ้งก่อนกี่ชั่วโมง เมื่อรู้ว่าเลื่อนได้ ลูกค้ากล้าจ่ายมากกว่าการที่ไม่รู้ว่าถ้าเปลี่ยนแผนจะเป็นอย่างไร
จุดที่ต้องเช็กให้ยอดตรงตอนปิดร้าน
ข้อแรกคือค่าธรรมเนียม ยอดที่เข้าบัญชีร้านมักน้อยกว่ายอดที่ลูกค้าจ่าย ถ้าไม่บันทึกส่วนต่างนี้ ยอดขายกับเงินในบัญชีจะไม่ตรงทุกเดือน และจะไล่หาสาเหตุไม่เจอ
ข้อที่สองคือรอบเงินเข้า การจ่ายด้วยบัตรมักเข้าบัญชีช้ากว่าการสแกนจ่าย ทำให้ยอดขายวันนี้กับเงินเข้าวันนี้ไม่ใช่ตัวเลขเดียวกัน ต้องแยกให้ชัดว่ากำลังดูยอดขายหรือดูเงินสดในมือ
ข้อที่สามคือกรณียกเลิกและคืนเงิน ต้องกำหนดว่าใครมีสิทธิคืนเงิน และทุกครั้งที่คืนต้องมีบันทึก จุดที่ต้องเช็กตอนปิดร้านสำหรับการรับเงินแบบสแกนจ่าย เราไล่ไว้ใน 4 จุดที่ร้านต้องเช็กให้ยอดตรงตอนปิดร้าน
สองสถานการณ์ที่ร้านบริการเจอบ่อย
ตัวเลขในสองกรณีต่อไปนี้เป็นข้อมูลตัวอย่างที่ยกมาเพื่อแสดงวิธีคิด ไม่ใช่ค่ามาตรฐานที่ใช้ได้กับทุกที่
กรณีแรก ร้านเสริมสวยที่รับงานทำสีผมซึ่งใช้เวลาหลายชั่วโมง เจอลูกค้าไม่มาบ่อยจนต้องปล่อยคิวว่าง พอเปลี่ยนมาส่งลิงก์เก็บมัดจำตอนตกลงในแชท ลูกค้าที่ไม่แน่ใจจะบอกตั้งแต่ตอนนั้นว่ายังไม่พร้อม ร้านจึงเอาคิวนั้นไปให้คนอื่นได้ทันเวลา
กรณีที่สอง ร้านสปาที่ขายแพ็กเกจราคาสูง เจอลูกค้าสนใจแต่บอกว่าเงินไม่พร้อมก้อนเดียว พอเปิดทางให้ผ่อนผ่านลิงก์ที่ส่งในแชท ลูกค้ากลุ่มนี้ตัดสินใจได้ในวันเดียวกัน แทนที่จะบอกว่าไว้คิดดูก่อนแล้วไม่กลับมา
เช็กลิสต์ที่เริ่มทำได้สัปดาห์นี้

- เลือกบริการที่กินเวลาช่างนานที่สุดสามรายการมาเริ่มเก็บมัดจำก่อน
- คิดยอดมัดจำจากเวลาที่ใช้และต้นทุนเตรียมคิว ไม่ใช้ตัวเลขกลมๆ
- เขียนข้อความส่งลิงก์ไว้เป็นแบบ บอกบริการ วันเวลา ยอด และเงื่อนไขเลื่อนนัด
- เปิดทางเลือกจ่ายให้มากกว่าโอน เพื่อไม่ให้ลูกค้าที่พร้อมจ่ายต้องเลื่อน
- บันทึกค่าธรรมเนียมแยกจากยอดขาย เพื่อให้เงินในบัญชีกับยอดขายอธิบายกันได้
- กำหนดว่าใครมีสิทธิคืนเงิน และให้ทุกครั้งที่คืนมีบันทึก
หกข้อนี้เริ่มจากสามบริการก่อนก็เห็นผลแล้ว ร้านที่ทำครบจะเห็นคิวว่างจากลูกค้าไม่มาลดลง และเห็นยอดที่เคยหายไปกับคำว่าเดี๋ยวโอนกลับมาเป็นรายได้จริง
วิธีส่งลิงก์จ่ายเงินให้ลูกค้าในแชท ให้ยอดตรงทุกวัน
ส่งลิงก์จ่ายเงินให้ลูกค้าในแชทเสียค่าธรรมเนียมเท่าไร
ขึ้นกับวิธีที่ลูกค้าเลือกจ่าย สแกนจ่ายมักถูกที่สุด บัตรเครดิตกับการผ่อนสูงกว่า สิ่งที่ต้องทำคือบันทึกค่าธรรมเนียมแยกจากยอดขาย ไม่งั้นยอดขายกับเงินในบัญชีจะไม่ตรงกันทุกเดือนแล้วไล่หาสาเหตุไม่เจอ อัตราและเงื่อนไขของผู้ให้บริการชำระเงินอยู่ใต้การกำกับของ ธนาคารแห่งประเทศไทย ตรวจจากแหล่งก่อนตกลงสัญญา
ต้องออกใบเสร็จไหมเมื่อเก็บมัดจำ
ต้อง มัดจำคือเงินที่ร้านรับไว้จริง จึงต้องมีหลักฐานการรับเงินและบันทึกเป็นรายได้ตามเกณฑ์ที่ใช้อยู่ ถ้าร้านจด VAT แล้วยังมีเรื่องภาษีขายที่ต้องดูด้วย เกณฑ์และแบบเอกสารตรวจได้จาก กรมสรรพากร และถ้ายังไม่ถึงเกณฑ์จด VAT ให้ดู จดทะเบียน VAT ร้านบริการ ไว้ล่วงหน้า
ถ้าลูกค้าขอเลื่อนนัดหลังจ่ายแล้วทำอย่างไร
เขียนเงื่อนไขไว้ในข้อความตอนส่งลิงก์จ่ายเงินให้ลูกค้าในแชทตั้งแต่ครั้งแรก เช่น เลื่อนได้ถ้าแจ้งก่อนกี่ชั่วโมง และเลื่อนได้กี่ครั้ง เมื่อลูกค้ารู้ว่าเลื่อนได้เขากล้าจ่ายมากกว่าการที่ไม่รู้ว่าถ้าเปลี่ยนแผนจะเป็นอย่างไร ร้านที่ไม่เขียนไว้มักต้องตัดสินใจเป็นเคสๆ แล้วกลายเป็นข้อโต้แย้ง
สรุปสั้นก่อนลงมือ
- ส่งลิงก์จ่ายเงินให้ลูกค้าในแชทตอนที่เขายังอยู่ในบทสนทนา ไม่ใช่ตามทวงทีหลัง
- เขียนเงื่อนไขเลื่อนนัดไปพร้อมกับตอนส่งลิงก์จ่ายเงินให้ลูกค้าในแชท
- เริ่มส่งลิงก์จ่ายเงินให้ลูกค้าในแชทจากบริการที่กินเวลาช่างนานที่สุดก่อน
- บันทึกค่าธรรมเนียมแยกทุกครั้งที่ส่งลิงก์จ่ายเงินให้ลูกค้าในแชท
อยากเก็บมัดจำได้ตอนที่ลูกค้ายังอยู่ในแชท
Ease POS ผูกยอดที่ลูกค้าจ่ายกับคิวและรายการที่จองไว้ ไม่ต้องเทียบสลิปตอนปิดร้าน ติดต่อทีมงานเพื่อทดลองใช้ หรือคลิกดูแพ็กเกจที่เหมาะกับร้านคุณได้เลย