กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเริ่มเก็บเงินตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 ร้านที่มีลูกจ้าง 10 คนขึ้นไปจ่ายฝั่งนายจ้าง 0.25% ของค่าจ้าง และหักจากพนักงานอีก 0.25% ถ้าร้านสปามีค่าจ้างรวมเดือนละ 150,000 บาท ร้านจ่ายเพิ่มเดือนละ 375 บาท และหักจากพนักงานรวมอีก 375 บาท นำส่งรวม 750 บาท (ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างสมมติ) เงินก้อนนี้ไม่มาก แต่มีกำหนดส่งทุกวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ส่งช้ามีเงินเพิ่ม บทความนี้สรุปว่าใครต้องเข้า คิดเงินอย่างไร และเตรียมรอบเงินเดือนตุลาคมให้ทันใน 5 ขั้น
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างคืออะไร ทำไมเพิ่งเริ่มตอนนี้
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตั้งขึ้นตามหมวด 13 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน เงินในกองทุนจ่ายคืนให้ลูกจ้างเมื่อออกจากงาน หรือจ่ายให้ทายาทเมื่อลูกจ้างเสียชีวิต ThaiLawOnline สรุปว่าวันเริ่มเก็บเงินกำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 14 กันยายน 2568 หลังเลื่อนจากเดิมตุลาคม 2568 ออกไปหนึ่งปี
สำหรับพนักงาน เงินส่วนนี้เหมือนเงินออมที่ได้คืนตอนออกจากงาน Thairath สรุปไว้ว่าลูกจ้างจ่าย 0.25% และนายจ้างสมทบเท่ากัน ร้านจึงอธิบายพนักงานได้ง่ายว่าเงินที่หักไม่ได้หายไปไหน
เจ้าของร้านสปาหลายคนรู้จักเงินประกันสังคมอยู่แล้ว กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเป็นอีกรายการหนึ่ง แยกกันคนละกองทุน จ่ายประกันสังคมครบไม่ได้แปลว่าไม่ต้องจ่ายกองทุนนี้ ทบทวนเรื่องประกันสังคมได้ใน ประกันสังคมมาตรา 33 ร้านบริการ ขึ้นทะเบียนลูกจ้างอย่างไร
ร้านที่มีลูกจ้าง 10 คนขึ้นไป ต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างไหม
เกณฑ์หลักคือจำนวนลูกจ้าง Acclime สรุปว่านายจ้างที่มีลูกจ้าง 10 คนขึ้นไปและยังไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพต้องลงทะเบียน ส่วนนายจ้างที่มีลูกจ้างไม่ถึง 10 คนไม่อยู่ในเกณฑ์บังคับ
- ลูกจ้าง 10 คนขึ้นไป นับลูกจ้างทุกคนตามสถานะการจ้างจริง ทั้งคนไทยและต่างชาติ
- มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ได้รับยกเว้นเฉพาะเมื่อกองทุนนั้นครอบคลุมลูกจ้างทุกคน ถ้าครอบคลุมแค่หัวหน้า คนที่เหลือยังต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
- ช่างที่แบ่งเปอร์เซ็นต์ ต้องดูสัญญาว่าเป็นลูกจ้างหรือผู้รับจ้างอิสระ ถ้าไม่แน่ใจให้ถามสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่
ร้านที่จ้างช่างแบบแบ่งรายได้ควรทบทวนสัญญาก่อนนับจำนวนคน เพราะสถานะการจ้างมีผลทั้งเรื่องภาษีและกองทุน อ่านแนวทางได้ใน จ้างช่างแบ่งเปอร์เซ็นต์ ทำสัญญาและเสียภาษีอย่างไร
คิดเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างอย่างไร จ่ายเพิ่มเดือนละกี่บาท
อัตราช่วงแรกคือฝั่งละ 0.25% ของค่าจ้างรายเดือน ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2574 จากนั้นเพิ่มเป็นฝั่งละ 0.5% ThaiLawOnline ยกตัวอย่างว่าค่าจ้าง 30,000 บาท หักลูกจ้าง 75 บาท นายจ้างสมทบ 75 บาท นำส่งรวม 150 บาท
ข้อที่ต่างจากประกันสังคมคือฐานค่าจ้าง ประกันสังคมมีเพดานค่าจ้าง แต่ Slasify สรุปว่ากองทุนนี้คิดจากค่าจ้างเต็ม ไม่มีเพดาน ร้านจึงไม่ควรลอกสูตรประกันสังคมมาใช้ตรง ๆ และควรตรวจว่ารายการไหนนับเป็นค่าจ้าง เช่น เงินเดือนประจำ ค่าคอมมิชชัน หรือค่าล่วงเวลา
ตารางข้างล่างเป็นตัวอย่างสมมติของร้านสปา 10 คน เพื่อให้เห็นว่ายอดสมทบต่อเดือนออกมาเท่าไร
ตัวเลขในตารางเป็นข้อมูลตัวอย่างเพื่อแสดงวิธีคิด ร้านนี้หักจากพนักงานรวมอีก 375 บาท นำส่งรวมเดือนละ 750 บาท ปีหนึ่งร้านจ่ายฝั่งตัวเองราว 4,500 บาท ร้านต้องใส่ค่าจ้างจริงของแต่ละคนเอง
เตรียมรอบเงินเดือนตุลาคมให้ทันใน 5 ขั้น

ขั้นที่ 1 ตรวจรายชื่อและสิทธิ์ยกเว้น ทำรายชื่อลูกจ้างทั้งหมด สถานะการจ้าง และใครอยู่ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพบ้าง เก็บเอกสารยืนยันถ้าร้านได้รับยกเว้น ThaiLawOnline เตือนว่าใบเสร็จประกันสังคมไม่ใช่หลักฐานยกเว้นกองทุนนี้
ขั้นที่ 2 ลงทะเบียนนายจ้างและลูกจ้าง กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเปิดลงทะเบียนออนไลน์ตั้งแต่ 15 กันยายน 2569 ขั้นตอนที่ประกาศคือสมัคร e-Service ตั้งรหัส PIN ส่งรายชื่อลูกจ้าง และพิมพ์หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียน ให้ใช้ช่องทางทางการเท่านั้น อย่าส่งสำเนาบัตรประชาชนพนักงานให้คนที่ทักมาเสนอรับทำให้
ขั้นที่ 3 ตั้งการหักเงินในรอบเงินเดือน เพิ่มบรรทัด “กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง” ในสลิปเงินเดือนตั้งแต่รอบตุลาคม และตั้งยอดสมทบฝั่งร้านแยกไว้ให้เห็น
ขั้นที่ 4 นำส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป เงินเดือนตุลาคมต้องนำส่งภายใน 15 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์ ThaiLawOnline แนะนำให้ตั้งเป้าภายในวันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน ส่งช้าหรือส่งไม่ครบมีเงินเพิ่มเดือนละ 5% ของยอดที่ค้าง ตามข้อ 7 ของระเบียบการนำส่งที่ ThaiLawOnline สรุปไว้
ขั้นที่ 5 เก็บหลักฐานและทบทวนทุกเดือน เก็บหนังสือรับรอง รายชื่อ ตัวเลขคำนวณ และใบเสร็จไว้ด้วยกัน ทุกเดือนให้เช็กคนเข้าใหม่และคนลาออก ถ้าร้านลืมหักเงินพนักงาน ร้านยังต้องรับผิดชอบนำส่งอยู่ดี
บอกพนักงานเรื่องกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างอย่างไรให้เข้าใจตรงกัน
พนักงานจะเห็นเงินในสลิปลดลงเล็กน้อยตั้งแต่เดือนตุลาคม ถ้าร้านไม่บอกก่อน คนจะถามกันเองและเข้าใจผิดได้ ร้านควรบอกก่อนจ่ายเงินเดือน ด้วยข้อความสั้น ๆ ที่ตอบสามเรื่อง คือ หักเท่าไร ร้านสมทบเท่าไร และได้คืนเมื่อไร
ร้านที่จ่ายค่าคอมช่างทุกเดือน ควรเช็กยอดค่าคอมให้ตรงก่อนคิดยอดกองทุน เพราะถ้าค่าคอมนับเป็นค่าจ้าง ยอดหักจะตามค่าคอมด้วย วิธีไล่ตรวจค่าคอมอ่านได้ใน ค่าคอมช่างไม่ตรง ร้านเสริมสวยควรตรวจอะไรบ้าง
ตัวอย่างสมมติ ร้านสปา 12 คน เตรียมตัวในสัปดาห์เดียว
ตัวอย่างสมมติ ร้านสปาสองชั้นมีพนักงานประจำ 12 คน ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เจ้าของร้านเพิ่งรู้เรื่องกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างปลายเดือนกันยายน ตัวเลขทั้งหมดเป็นข้อมูลตัวอย่าง
วันแรก เจ้าของร้านดึงรายชื่อพนักงานพร้อมค่าจ้างและค่าคอมเดือนล่าสุด พบว่ามีช่างสองคนที่รับเป็นรายครั้งและไม่ได้เป็นลูกจ้างประจำ จึงจดไว้เพื่อถามสำนักงานแรงงาน วันที่สอง ลงทะเบียนออนไลน์และพิมพ์หนังสือรับรอง วันที่สาม ตั้งบรรทัดใหม่ในสลิปและส่งข้อความแจ้งพนักงานในกลุ่มไลน์ของร้าน
ร้านตั้งเตือนในปฏิทินไว้วันที่ 10 ของทุกเดือน เพื่อรวมยอดและนำส่งก่อนวันที่ 15 และมอบให้หัวหน้าร้านเป็นคนตรวจใบเสร็จ เจ้าของร้านจึงไม่ต้องจำเองทุกเดือน การแบ่งงานแบบนี้ใช้หลักเดียวกับ เจ้าของร้านไม่อยู่หน้าร้าน พนักงานตัดสินใจแทนได้ถึงไหน
เมื่อรวมต้นทุนพนักงานทั้งหมดแล้ว เจ้าของร้านเพิ่มรายการกองทุนเข้าไปในรายงานกำไรรายเดือนด้วย จะได้เห็นต้นทุนจริงต่อหัวพนักงาน วิธีอ่านกำไรของร้านบริการอ่านต่อได้ใน รายงานกำไรร้านบริการ เงินเข้าทุกวัน แต่กำไรหายไปไหน และการวางตารางงานให้ต้นทุนค่าแรงพอดีกับคิวอ่านได้ใน วิธีวางตารางงานพนักงานร้านบริการจากรอบคิวจริง
เช็กลิสต์กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างสำหรับร้านสปา

- นับลูกจ้างตามสถานะการจ้างจริง ถึง 10 คนหรือยัง
- ตรวจว่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพของร้านครอบคลุมทุกคนหรือไม่
- ลงทะเบียนผ่านช่องทางทางการของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
- ตรวจว่ารายการไหนนับเป็นค่าจ้าง ก่อนตั้งสูตรหักเงิน
- เพิ่มบรรทัดกองทุนในสลิปเงินเดือนตั้งแต่รอบตุลาคม
- แจ้งพนักงานก่อนจ่ายเงินเดือน ว่าหักเท่าไรและได้คืนเมื่อไร
- นำส่งยอดเดือนตุลาคมภายใน 13 พฤศจิกายน เผื่อวันหยุด
- เก็บหลักฐานไว้ชุดเดียว และเช็กคนเข้าออกทุกเดือน
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเพิ่มต้นทุนร้านสปาไม่มาก แต่ต้องทำให้ตรงเวลาทุกเดือน เริ่มได้วันนี้ด้วยการดึงรายชื่อพนักงานกับค่าจ้างเดือนล่าสุด แล้วคูณด้วยอัตราสมทบฝั่งร้าน จะรู้ทันทีว่าต้องเตรียมเงินเดือนละกี่บาท
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย ข้อมูล ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2569 กรณีของร้านแต่ละแห่งให้ตรวจกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
อยากเห็นยอดค่าคอมและยอดขายต่อพนักงานครบก่อนปิดรอบเงินเดือน
Ease POS ช่วยเก็บรายชื่อพนักงาน ค่าคอมช่าง ยอดขายต่อคน และรายงานรายเดือนของร้านสปาไว้ในที่เดียว เจ้าของร้านจึงมีตัวเลขพร้อมใช้ตอนคิดเงินเดือนและเงินกองทุน ดูแพ็กเกจหรือติดต่อทีมเพื่อทดลองใช้